fatradiOPEN

fatradiOpen# 8 | August 24, 2007

เปิดสมองลองตั้งคำถาม 20.00 น.เสาร์ที่ 25 สิงหาคมนี้ พบกับ มานิต ศรีวานิชภูมิ 1 ใน 100 ช่างภาพที่ดีที่สุดในโลกจากการคัดเลือกของสำนักพิมพ์ ไพดอน เจ้าของรางวัลที่ กาชิกาวาจากประเทศญี่ปุ่น จะมาพูดคุยเรื่องการไต่ระดับสู่วงการศิลปะระดับโลกของช่างภาพไทย

vote_object.gif

……………………………. 

ในวงการศิลปะร่วมสมัยระดับสากล ศิลปภาพถ่ายได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่ออีกประเภทหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศิลปะร่วมสมัย ถึงแม้ว่าภาพถ่ายจะพัฒนาขึ้นหลังจากสื่อศิลปะประเภทอื่น ๆ นับพันปี แต่ภาพถ่ายเป็นพัฒนาการของสื่อ ที่รวมเทคโนโลยี และศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน ส่งผลให้ภาพถ่ายสร้างความน่าสนใจมานับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน
ศิลปภาพถ่ายในแง่ของ สื่อในการสร้างสรรค์ศิลปะ เริ่มตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 ได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาด้านศิลปะขึ้นอย่างมาก ศิลปินในยุคนั้น ซึ่งอยู่ในยุคศิลปะโรแมนติค (Romanticism) เริ่มนำภาพถ่ายมาช่วยในการเขียนภาพ นับตั้งแต่นั้นมาภาพถ่ายได้เข้ามามีบทบาทในงานศิลปะมากขึ้นจนกระทั่งปัจจุบัน
ความแตกต่างของศิลปภาพถ่าย ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงแค่รูปแบบ แต่หากถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวความคิดของศิลปินภาพถ่ายจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างงานศิลปะแนวใหม่ ๆ เฉพาะอย่างยิ่งศิลปะประเภทมโนทัศนศิลป์ (Conceptual Art) นอกหนือจากภาพถ่ายที่ถูกนำมาใช้บันทึกเหตุการณ์ (Document) โดยในกระแสของศิลปร่วมสมัย

ศิลปภาพถ่ายเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งจะเห็นได้ว่าภาพถ่ายได้เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะร่วมสมัยในระดับสากล
ศิลปภาพถ่าย (Conceptual Photography) ในประเทศไทยเริ่มต้นเมื่อ ผ.ศ.ประมวญ บุรุษพัฒน์ เข้ามามีบทบาทในแวดวงศิลปะไทยเมื่อ พ.ศ.2525 (“Photographs” บริติช เคาน์ซิล 2525) ซึ่งเป็นการแสดงศิลปภาพถ่ายครั้งแรกในประเทศไทย ที่เป็นงานมโนทัศนศิลป์ (Conceptual Art) โดยอาศัยเรื่องราวส่วนตัวเป็นแนวคิด และต่อเนื่องด้วยการแสดงเดี่ยวในปี 2527 ที่หอศิลป์ เจ้าฟ้า และปี 2533 ที่บริติส เคาน์ซิล หลังจากนั้นการแสดงศิลปกรรมต่าง ๆ ก็เพียงผลงานศิลปภาพถ่ายสอดแทรดเพียงเล็กน้อย และสิ่งสำคัญการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติไม่เคยปรากฎว่ามีงานศิลปภาพถ่าย ได้รับการยอมรับจากกรรมการทั้งที่งานทัศนศิลป์อื่น ๆ ก็มิได้พัฒนาทางด้านแนวความคิดและสุนทรียศาสตร์แม้สักเล็กน้อย ศิลปินที่ทำงานศิลปภาพถ่าย จึงไม่ปรากฎชื่ออยู่ในทำเนียบศิลปินไทย ความแตกต่างระหว่างภาพถ่ายในเชิง Conceptual กับงานในเชิง Documentary มีระยะห่างค่อนข้างชัดเจน และศิลปินภาพถ่ายจำนวนไม่น้อยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำงานในแนว Conceptual เพราะเป็นเรื่องยุ่งยากในการคิด จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานภาพถ่ายจะขึ้นสู่ระดับความเป็น “ศิลป” นั้นหายากยิ่ง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจึงมีศิลปินที่ทำงานศิลปะภาพถ่ายเพียงน้อยนิด

ศิลปภาพถ่ายเริ่มมีบทบาทมากขึ้น หลังจาก พ.ศ.2539 นับจากกลุ่มช่างภาพเริ่มเข้ามามีบทบาทในการแสดงผลงานมากขึ้น แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการแสดงผลงานภาพถ่ายขึ้นมาบ้าง การแสดงผลงานเดี่ยว เช่น ผ.ศ.ประมวญ (2525, 2527, 2533), ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร (2525), คามิน เลิศชัยประเสริฐ (2530), พินรี สันฑ์พิทักษ์ (2530, 2531), มานิต ศรีวานิชภูมิ, ผ.ศ.อิทธิ คงคากุล, ฮามเมอร์ ซาลาลา การแสดงผลงานกลุ่ม (ไม่มีงานทัศนศิลป์อื่น) เช่น วิสูตร สุทธิกุลเวทย์, นัยนา หอมแช่ม, พิรจิตร หะยะกังฉัตร (2535, 2537) นิทรรศการ Shutter Talk ไดอาล็อค แกลเลอรี่ (2536) โดยนิทรรศการเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยสานต่อลมหายใจของศิลปภาพถ่าย ไม่ให้ตกยุคสมัย
จะเห็นได้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวการแสดงผลงานศิลปภาพถ่ายมีบทบาทน้อยมาก ในแวดวงศิลปะในประเทศไทย ทั้งในด้านการศึกษา และการวิจารณ์ จะมีก็เพียงแต่ ผ.ศ.ประมวญ บุรุษพัฒน์ และมานิตย์ ศรีวานิชภูมิ ที่ยังมีบทบาทบ้างในการนำเสนอผลงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผ.ศ.อิทธิ คงคากุล ยังได้นำผลงานศิลปภาพถ่ายไปแสดงนิทรรศการเดี่ยวที่ Los Angeles Photography Center ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2533 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศิลปะภาพถ่ายโดยศิลปินไทยได้รับความสนใจในระดับสากล
หลังจาก มานิตย์ ศรีวานิชภูมิ ประสบความสำเร็จจากการแสดงนิรรศการ “ศิลปินในมิติขาวดำ” ณ สมาคมฝรั่งเศส ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวความคิดมากกว่าวิธีการ ทำให้คนทำงานรุ่นหลังหันมาให้ความสนใจกับแนวความคิดมากกว่าเดิม ในระหว่างช่วงเวลานั้นได้เกิดนิตยสาร “Photo Thailand” โดยนำเสนอผลงานได้รับอิทธิพลจาก ผ.ศ.อิทธิ คงคากุล ซึ่งเข้าใจได้ว่ากองบรรณาธิการ คือนิสิตที่เคยเรียนจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทั้ง ผ.ศ.อิทธิ และ ผ.ศ.ประมวญ เป็นอาจารย์สอน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่นิตยสารไม่สามารถรักษาแนวทางไว้ได้ พร้อมกับยุติบทบาทลงด้วยเวลาอันสั้น จากช่วงเวลาดังกล่าวถึงแม้ว่า จะเป็นเพียงกระแสที่เบาบาง แต่ก็ส่งผลกับคนทำงานรุ่นต่อมาโดยในปี 2535 ได้มีการจัดนิทรรศการศิลปภาพถ่าย ในชื่อ Creative Photography ที่ A.U.A. โดยศิลปินรุ่นใหม่ วิสูตร สุทธิกุลเวทย์ ที่นำเสนอเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ ที่กระทบต่อความสมดุลของสภาพแวดล้อม และในช่วงเวลาใกล้เคียงกับสภาพสังคม และการเมืองในยุคนั้น (2535) มีผลต่องานในช่วงถัดมา โดยผลงานล่าสุด (2542) ชุด She’s Alive สะท้อนสภาพการจำยอมของการมีชีวิตอยู่ในสังคมยุคปัจจุบันและนัยนา หอมแช่ม นำเสนอผลงานชุด Yallow Rope ที่เสนอมุมมองของสังคมในช่วงเวลานั้นที่มีข่าวกันอย่างครึกโครม ศิลปินต้องการถ่ายทอดความคิดเห็นส่วนตัว กับมุมมองในขณะนั้น ซึ่งต่อมาได้พัฒนารูปแบบและแนวความคิดอย่างต่อเนื่อง การจัดแสดงที่ Gallery 253 ในชุด Fish Action มีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งในด้านแนวความคิด และรูปแบบการถ่ายทอดผลงาน

หลังจากคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดภาควิชาศิลปภาพถ่าย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเวลาต่อมา นับจาก ภูมิกมล ผดุงรัตน์ ศิลปินที่นำเสนอผลงานในแบบศิลปภาพถ่ายหลังสมัยใหม่ (Postmodem Photography) ที่เป็นการสะท้อนภาพสังคมในยุคปัจจุบันออกมา และผลงานได้ส่งอิทธิพลไปยังคนรุ่นหลังอีกมากในระยะเวลาต่อมา และสถาพันธุ์ จันทรเขตต์ ศิลปินซึ่งทำงานศิลปภาพถ่ายสมัยใหม่ (Modern Photography) ซึ่งทั้ง 2 เป็นอาจารย์ในภาควิชาดังกล่าวเข้ามามีส่วนสนับสนุนให้เกิด Gallery 253 โดยมีส่วนให้เกิดศิลปินขึ้นหลายคน เช่น ศิรวัชร นาคอินทนนท์ ซึ่งมีมุมมองร่วมสมัย แบบศิลปภาพถ่ายหลังสมัยใหม่ (Postmodern) คือสะท้อนเหตุการณ์ของสังคม จากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และพัฒนาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สุรียพล ศรีอำไพ นำเสนอผลงานในรูปของการใช้สื่อสัญลักษณ์ เข้ามาสะท้อนภาพสังคมยุคบริโภคนิยม และเดชา จึงจัดแสดงผลงานในแนวจัดวาง (Installation) โดยใช้ภาพถ่ายมาเป็นสื่อในการสร้างงาน ศิลปินในกลุ่มนี้เติบโตในยุคข้อมูลข่าวสาร สังคมบริโภคนิยม ตื่นตัวกับการเมือง และปัญหาสังคมที่สะท้อนออกมาในงานศิลปภาพถ่ายหลังสมัยใหม่ (Postmodern Photography) มีเสรีภาพในการแสดงออกมากขึ้น ประกอบกับแนวความคิด การทำงาน ยังมีส่วนให้ศิลปินกลุ่มนี้เข้ามามีบทบาทมากในปี 2540

ความเคลื่อนไหวของงานศิลปภาพถ่ายในประเทศไทยในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งก็ไม่ก่อให้เกิดการแพร่หลายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสของศิลปะร่วมสมัยในประเทศ ทั้งที่ศิลปินมีแนวทางอย่างชัดเจน และทำงานอย่างต่อเนื่อง เหตุปัจจัยทั้งหลายทั้งมวล คือสิ่งที่ศิลปินยังต้องทำงานหนักต่อไป

ข้อมูลโดย Space contemporary art Gallery253

Advertisements

Posted in Uncategorized

3 Comments »

  1. มาไม่ทันช่วงต้น แต่ได้ฟังช่วงท้ายๆ ของรายการ เป็นรายการที่ดีมากๆ เลยครับ ไม่ทราบว่าจะมีการถอดเทปเป็นบทความหลังออกอากาศไหมครับ
    ขอบคุณครับ
    เอก 😉

    Comment by ake — August 28, 2007 @ 6:37 pm

  2. แวะมาทักทายครับขอสมัครป็นนักอ่านที่นี่อีกคนนะครับ

    Comment by 2dayplaza — January 18, 2008 @ 10:18 am

  3. […] (ปีศาจสีชมพู) ในซีรี่ส์ “Pink Man” โดย มานิต ศรีวานิชภูมิ (ขวัญใจ anpanpon) 1 ใน 100 ช่างภาพร่วมสมัยที่ […]

    Pingback by Horror in Pink « bact' is a name — January 12, 2011 @ 3:23 am


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

About author

เปิดสมอง...ลองตั้งคำถาม ทุกวันเสาร์ 20:00-21:30 น. ทาง 104.5 Fat Radio โดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

Search

Navigation

Categories:

Links:

Archives:

Feeds

%d bloggers like this: